Integer คือข้อมูลที่เป็นตัวเลข เช่น 1, 2 , 3, 20, 102, 256 เป็นต้น โดยเราสามารถกำหนดค่าได้ตั้งแต่ -2,147,483,648 ถึง 2147,483,647 ซึ่งในการกำหนดค่าแบบ integer นั้น เราสามารถกำหนดในรูปแบบเลขฐานสิบ เลขฐานแปด หรือเลขฐานสิบหกก็ได้
ในการกำหนดค่า integer เป็นแบบเลขฐานสิบนั้น เป็นการกำหนดตัวเลขเรียงกันได้ตั้งแต่ 0-10 โดยเราอาจจะใส่เครื่องหมาย + หรือ - นำหน้าตัวเลขเหล่านั้นก็ได้ แต่ถ้าเราไม่ได้กำหนดเครื่องหมายใด ๆ มันจะมองว่าตัวเลขนั้น ๆ เป็นจำนวนเต็มบวก
<?php $num1 = 208; $num2 = -208; $num3 = +208; ?>
ส่วนการกำหนดค่าแบบเลขฐานแปดนั้น ต้องกำหนดเลข 0 นำหน้าก่อน จากนั้นก็เป็นตัวเลขเรียงกันตั้งแต่ 0-7 ซึ่งเราก็ สามารถใส่เครื่องหมาย + หรือ - ข้างหน้าตัวเลขนั้น ๆ ได้เช่นกัน
<?php $num1 = 0755; // มีค่าเป็น 493 ในเลขฐานสิบ $num2 = +010; // มีค่าเป็น 8 ในเลขฐานสิบ ?>
การกำหนดค่าแบบเลขฐานสิบหกนั้นจะขึ้นต้นด้วย 0x แล้วตามด้วยตัวเลขตั้งแต่ 0-9 หรือ ตัวอักษร (A-F) เรียงกัน ซึ่งตัว อักษรที่จะใส่นั้นสามารถเป็นตัวเล็กหรือตัวใหญ่ก็ได้ แต่โดยปกติแล้วจะใส่เป็นตัวใหญ่ อีกทั้งเรายังสามารถใส่เครื่องหมาย + หรือ - ได้เช่นกัน
<?php $num1 = 0xFF; // มีค่าเป็น 255 ในเลขฐานสิบ $num2 = 0x10; // มีค่าเป็น 16 ในเลขฐานสิบ $num3 = -0xDAD1; // มีค่าเป็น -56017 ในเลขฐานสิบ ?>
ถ้าเราทำการกำหนดค่า integer ที่เกินช่วงที่กำหนดนั้น PHP จะทำการแปลงเป็นตัวแปรชนิด floating-point number โดยอัตโนมัติ
เราสามารถใช้ฟังก์ชัน is_int() ในการตรวจสอบว่าตัวแปรนั้น ๆ มีชนิดเป็น integer หรือไม่ ดังนี้
<?php
if (is_int($num1)) {
echo "$num1 is a integer";
}
?>
ผู้สนับสนุน